ออมเงินและลงทุน > เริ่มต้นออมเงิน > ออมด้วยหุ้น
ออมด้วยหุ้น 
“The best way to own common stocks is through index funds... Additionally, those index funds that are very low-cost (are investor-friendly by definition and are the best selection for most of those who wish to own equities” - Warren Buffett -  

             ในรอบสองปีที่ผ่านมาดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวขึ้นแรงติดต่อกัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ค่อนข้างหาได้ยาก หลายคนประสบความสำเร็จจากการลงทุน แต่ถึงแม้ภาวะตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเช่นนี้ บางคนก็ยังได้ผลตอบแทนไม่ค่อยดีหรือยังได้ผลตอบแทนน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหลักทรัพย์อยู่นั่นเอง

การที่มีหลายคนประสบความสำเร็จจากการลงทุน  เป็นตัวอย่างให้หลายคนอยากประสบความสำเร็จตามบ้าง โดยมักมีความคิดที่ว่าการลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องง่าย แค่ซื้อถูกและขายให้แพงกว่าเท่านั้นก็จะได้ผลตอบแทนที่เป็นกอบเป็นกำแล้ว ถึงกับชวนเพื่อนชวนญาติชวนคนรู้จักให้มาลงทุน โดยคิดว่าน่าจะทำกำไรได้ง่ายๆ

แนวคิดนี้ชวนทุกคนมา รวยด้วยหุ้นนี้ก็คล้าย ๆ กับการขายฝัน สอนให้คนหวังรวยทางลัดเหมือนอีเมล์สแปม (spam) ที่ส่งมาบอกว่าทำงานที่บ้านก็ได้เดือนละแสนแล้วอย่างไรอย่างนั้น เพราะจริง ๆ แล้ว คนที่จะประสบความสำเร็จจากการลงทุนในหุ้นนั้นมีน้อย คนที่จะสามารถรวยด้วยหุ้นนั้นก็ไม่ต่างจากการประสบความสำเร็จในอาชีพอื่น ๆ ทั่วไป  คือเป็นคนที่ยินดีอุทิศเวลาทุ่มเทให้ตลาดทุนเท่านั้น

Livermore พูดถูกที่บอกว่า หุ้น คืออาชีพอย่างหนึ่ง คนที่จะประสบความสำเร็จก็คือคนที่จริงจังกับมันเหมือนอาชีพอื่น ๆ ตลาดหุ้นสอนให้เรารู้เราภาวะเศรษฐกิจแย่ไม่เคยทำร้ายนักลงทุน เพราะบ่อยครั้งในภาวะเศรษฐกิจดี นักลงทุนก็ยังขาดทุน

มีแต่นักลงทุนนั้นแหละที่มักทำร้ายตัวการซื้อ ๆ ขาย ๆ เก็งกำไรไปวัน ๆ อยากรวยแบบง่าย ๆ บางคนใช้วิธีเลือกหุ้นตามกูรูตามนักวิเคราะห์ บางทีวิธีการของกูรูเหล่านั้นถึงรู้ไปก็ทำตามแบบอย่างไม่ได้ เพราะเราไม่มีบางสิ่งบางอย่างที่เขามี จริง ๆ แล้วการลงทุนที่ถูกต้องหากเราไม่มีเวลา ไม่สามารถทุ่มเทให้กับมันได้เต็มที่ อยากแนะนำให้เปลี่ยนแนวคิดมาเป็น ออมด้วยหุ้น มากกว่าแนวคิดรวยด้วยหุ้นโดยมองว่าหุ้นเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้ดีและเราต้องทยอยออมมันไปเรื่อยๆ

ถ้าย้อนประวัติศาสตร์ดูเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์มีการปรับตัวอย่างรุนแรงนั้น นักลงทุนมักจะมีปัญหาในการจัดการความเสี่ยงเวลาปรับตัวลง บางคนถึงกับกลัวจนไม่กล้าที่จะลงทุน หรือพอบางทีเหตุการณ์เหล่านั้นผ่านไปก็จะพบว่า ความกังวลของนักลงทุนหลายครั้งก็เกินกว่าเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น แต่ส่วนที่เลวร้ายจริงๆนั้น ส่วนใหญ่จะโผล่มาแบบไม่เคยมีใครคาดการณ์ไว้ก่อน เช่น เหตุการณ์สินามิ หรือแผ่นดินไหวที่เมืองโกเบ

แนวทางในการลงทุนที่ถูกต้องนั้นสำหรับผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยง และหลีกเลี่ยงการที่จะต้องลงทุนแบบซื้อ ๆ ขาย ๆ คำแนะนำของ Peter Lynch ที่เป็นอดีตผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกา บอกให้ทุกคนกระจายความเสี่ยงโดยที่ให้ทุกคนเลือกหุ้นตัวที่ดีที่สุดด้วยตัวเองประมาณ 5 ตัว อย่าถือกระจายมากกว่านี้ แล้วถือไว้ในนานๆ  คำแนะนำนี้เป็นข้อคิดที่ดีมาก เนื่องจากในความเป็นจริงนั้น การคาดการณ์อนาคตเป็นเรื่องยาก การซื้อไว้สักห้าตัวแล้วถือไว้เฉยๆ บางทีกลับจะได้ผลดีอย่างไม่น่าเชื่อและไม่เหนื่อยมากด้วย ในห้าตัวนี้ก็มักจะมีตัวนึงวิ่งให้ดีใจได้ทุกปี  และถ้าเลือกหุ้นได้ดีมาก ผลตอบแทนตัวที่ดีจะดึงค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนรวมให้สูงขึ้นไปด้วย โดยที่ไม่ต้องรู้อะไรก่อนคนอื่นเลย ถ้าเราคิดว่าเราไม่มีความสามารถเหมือนเซียนหุ้น การลงทุนตามคำสอนของ Peter Lynch ก็เป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับคนทั่ว ๆ ไป

Peter Lynch ไม่ได้บอกว่าห้ามขาย แต่การบอกว่าให้ถือให้ได้นาน ๆ นี้มีความหมาย เพราะถ้าคนเราตั้งใจเสมอว่าจะถือให้นาน ๆ เราจะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดจากการขายเร็วเกินไปได้หลายครั้งเลยทีเดียว เป็นการสกัดจุดอ่อนของนักลงทุนราย่อยทั่วไป หรือการเลือกลงทุนในกองทุนรวมที่มีมืออาชีพคอยกระจายความเสี่ยงให้อยู่แล้ว เหลือแต่หน้าที่ทยอยลงทุนอย่างสม่ำเสมออันเป็นการตัดอารมณ์ความรู้สึกออกไป ก็เป็นแนวทางที่ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูง และไม่ต้องมาเหนื่อยกับการซื้อ ๆ ขาย ๆ อีกด้วย                                        

โดย : วิศวกร ปันยารชุน
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย

 
Share
 
 
เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป
  ดูทั้งหมด 
หนึ่งล้านแรกในชีวิต ฝันของใครหลายคน
วางแผนการเงิน... ง่ายนิดเดียว
เงินฝากทวีทรัพย์
Mutual Fund
Bancassurance