ออมเงินและลงทุน > จัดการเงินๆ ทองๆ ของครอบครัว > เรื่องซึ้งๆ ระหว่างพ่อกับลูกชายน้อยๆ
เรื่องซึ้งๆ ระหว่างพ่อกับลูกชายน้อยๆ 

            ชีวิตคนในสังคมปัจจุบันโดยเฉพาะชีวิตครอบครัวได้เปลี่ยนแปลงไป จากอดีตที่เคยอยู่แบบอบอุ่น พ่อแม่และลูกมีกิจกรรมร่วมกัน อย่างน้อยก็ได้ทานอาหารมื้อเย็นร่วมกันทุกวัน แต่ในปัจจุบันภาวการณ์ทำงานที่รีบเร่งและค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้น ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านต้องทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน ตื่นเช้ามาก็ต้องรีบเดินทางไปทำงาน ทำงานเสร็จกลับมาบ้านก็ดึกแล้ว เวลาที่จะให้กับครอบครัวจึงลดน้อยลงในความคิดของคุณพ่อคุณแม่นั้น การทุ่มเททำงานอย่างหนักก็เพื่อให้ลูกได้มีชีวิตที่ดี มีเงินส่งลูกเรียนโรงเรียนสูงๆ มีเงินรักษาลูกยามเจ็บไข้ได้ป่วย และอะไรอีกหลายอย่างที่ไม่อยากให้ลูกเรารู้สึกน้อยหน้าคนอื่นเขา.... จนบางครั้งลืมนึกไปว่าลูกจะรู้สึกอย่างไร

ผมมีเรื่องสั้นที่บางท่านอาจเคยได้อ่านกันมาแล้ว แต่ก็ขอหยิบยกมาเล่ากันอีกสักที เผื่อว่าท่านที่ยังไม่เคยได้อ่านมาก่อนจะได้หยุดพักและทบทวนว่าเราทำงานจนลืมลูกตัวน้อย ๆ ของเราไปหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นเรื่องชายผู้เป็นพ่อกับลูกชายวัย 5 ขวบ เรื่องมีดังนี้ครับ

ชายหนุ่มเลิกงานและกลับเข้าบ้านช้า ด้วยความเหน็ดเหนื่อยอ่อนล้า และพบว่าลูกชายวัย 5 ขวบรอคุณพ่ออยู่ที่หน้าประตู

ลูก "พ่อครับ พ่อผมมีคำถามถามพ่อข้อนึง พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่ครับ"

พ่อ "ทำไมถามอย่างนี้ล่ะ" พ่อตอบด้วยความโมโห

ลูก "ผมอยากรู้จริงๆ ครับ... พ่อทำงานได้เงินชั่วโมงละเท่าไหร่"

พ่อ "พ่อได้ชั่วโมงละ 400 บาท"

ลูกอุทานเสียงเศร้า "โอ..." แล้วคอตกก่อนพูดกับพ่ออีกครั้งว่า "พ่อครับ ผมอยากขอยืมเงิน 200 บาท"
พ่อผู้ทำงานมาเหนื่อยจึงอารมณ์เสียและกล่าวไปว่า "จะเอาเงินไปทำอะไรล่ะ พ่อทำงานเหนื่อยนะ จะเอาไปซื้อของเล่นอะไรล่ะสิ... รีบขึ้นไปนอนเลยนะ

เด็กน้อยเงียบลง เดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง ส่วนชายหนุ่มนั่งลงกับความรู้สึกโกรธ แต่เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลงจึงคิดขึ้นได้ว่า ลูกเองไม่เคยขออะไรมาก่อนเลย บางทีครั้งนี้อาจจำเป็นจริงๆ ก็ได้ เขาจึงเดินไปหาลูก

พ่อ นอนหรือยังลูก"

ลูก "ยังครับ

พ่อ "พ่อมาคิดดู เมื่อกี้พ่ออาจพูดแรงเกินไป เอ้านี่... เงิน 200 บาทที่ลูกขอ"

เด็กน้อยลุกขึ้นนั่งกล่าวขอบคุณคุณพ่อ ว่าแล้วก็ล้วงลงไปใต้หมอนหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมา แล้วนับช้าๆ

ลูก "พ่อครับ เมื่อตะกี้ผมมีเงินไม่พอ แต่ตอนนี้ผมมีครบ 400 บาท แล้ว ผมขอซื้อเวลาพ่อชั่วโมงนึง...พรุ่งนี้พ่อกลับบ้านเร็วๆ นะครับ ผมอยากกินข้าวเย็นกับพ่อ..."

            เรื่องราวข้างต้นนี้อาจจะคล้ายเรื่องในชีวิตจริงของผู้อ่านบางท่านครับ  สำหรับพ่อหรือแม่ท่านใดที่มีเวลาให้ครอบครัวก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่หากท่านใดมีเรื่องราวในชีวิตจริงคล้ายกับเรื่องนี้ ก็ขอให้ทบทวนเป้าหมายในชีวิต จัดตารางเวลาให้กับทำงานและครอบครัวอย่างสมดุล

ในเชิงของการวางแผนการเงินนั้น เรา K-Expert ก็มีข้อแนะนำเล็กน้อยๆ ดังนี้ครับ ประการแรก การรู้จักออมเงินอย่างสม่ำเสมอและเลือกลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จะช่วยให้เงินของเรางอกเงยเร็วขึ้น แทนที่จะหารายได้จากการทำงานเพียงอย่างเดียว ก็จะมีรายได้จากการลงทุนเสริมเข้ามาอีกทางหนึ่ง ประการที่สอง การวางแผนภาษี จะช่วยให้ทราบถึงเครื่องมือทางการเงิน เทคนิคการลดหย่อนต่างๆ ที่จะช่วยให้การออมเงินที่หามาอย่างเหน็ดเหนื่อยนั้น ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประการสุดท้าย การทำประกันชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินที่อาจเกิดกับครอบครัวหากเราๆ ท่านๆ ซึ่งเป็นผู้หารายได้หลักเกิดเหตุอันไม่คาดคิด ก็ยังจะพออุ่นใจได้ว่าครอบครัวที่เรารักจะยังสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติ ลูกที่เรารักยังคงได้เรียนในโรงเรียนดีๆ ดังที่เราได้ตั้งใจไว้... สุดท้ายนี้ อย่าลืมให้เวลากับครอบครัวและบอกรักลูกด้วยนะครับ สวัสดีครับ 

โดย : สิทธิชัย แจ้งพลอย และฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย

 
Share
 
 
เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป
  ดูทั้งหมด 
หนึ่งล้านแรกในชีวิต ฝันของใครหลายคน
วางแผนการเงิน... ง่ายนิดเดียว
เงินฝากทวีทรัพย์
Mutual Fund
Bancassurance