ออมเงินและลงทุน > เริ่มต้นลงทุน > คำถามสุดฮิต เมื่อคิดจะลงทุน
คำถามสุดฮิต เมื่อคิดจะลงทุน 
          ตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่ เราเคยสังเกตไหมว่า เราตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องอะไรมากที่สุด ในวัยเด็กคำถามส่วนใหญ่เราอาจถามเรื่องทั่ว ๆ ไปที่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา เริ่มจาก ต้นไม้ สัตว์ ของเล่น ฯลฯ พอเริ่มเป็นวัยรุ่นคำถามส่วนใหญ่อาจเปลี่ยนไปเป็นเรื่องเกี่ยวกับสรีระร่างกายที่เปลี่ยนแปลงระหว่างตัวเรากับเพศตรงข้าม หน้าตา และทรงผม เมื่อเป็นวัยรุ่นเต็มตัว คำถามส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับ เรื่องความรัก และเพศตรงข้าม สุดท้ายเมื่อเป็นผู้ใหญ่คำถามส่วนมากก็จะเกี่ยวกับ เรื่องการงาน การเงิน การลงทุน ซึ่งคำถามเรื่องการลงทุนนั้นนับวันจะเป็นเรื่องที่คนสนใจ และใช้เป็นหัวข้อในการสนทนามากขึ้นเรื่อย ๆ ดูได้จาก ผู้คนที่สอบถามเข้าไปตามรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ หรือแม้แต่ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่มีบริการให้ฝากคำถามเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตอบจากเว็บไซต์ของธนาคารกสิกรไทย ด้านบริการวางแผนการเงิน หรือ www.askKBank.com/K-Expert ซึ่งมีผู้สอบถามผ่านมายังบริการผ่าน ช่องทาง E-mail โดยส่งคำถาม/ขอคำแนะนำมาที่
K-Expert@kasikornbank.com  ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2553 ถึง มกราคม 2554  พบว่าคำถามด้านการลงทุน และด้านประหยัดภาษี มีคนนิยมถามมากที่สุด และคำถามต่อจากนี้เป็นคำถามบางส่วนจากคำถามทั้งหมดที่คนนิยมถาม

       Q : มีเงิน xxx บาท เอาไปลงทุนอะไรดี (มีเงินอยู่ 100,000 บาท เอาไปลงทุนอะไรดีช่วยแนะนำที)

Q : ต้องการบริหารการซื้อกองทุน LTF/RMF ให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการลดหย่อนภาษี และการเลือกซื้อ กองทุนที่มีความเหมาะสมที่สุด

      จากคำถามดังกล่าวข้างต้น บางคนหลังจากอ่านคำถามจบก็อาจมีคำตอบที่คิดไว้แล้ว  แต่บางคนอาจยังคิดไม่ออกว่าจะตอบจากคำถามนี้อย่างไรดี ซึ่งคำถามข้างต้นมีคำตอบดังนี้

       Q : มีเงิน xxx บาท เอาไปลงทุนอะไรดี (มีเงินอยู่ 100,000 บาท เอาไปลงทุนอะไรดีช่วยแนะนำที)

       A : การจะเลือกลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่าง ๆ นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของคุณโดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับดังนี้

  1. ความเสี่ยงระดับต่ำ: ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในกลุ่มนี้ ได้แก่ เงินฝากธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น โดยการลงทุนจะไม่มีความผันผวนมากนัก แต่ผลตอบแทนที่ได้รับอาจจะต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อ เหมาะกับผู้ที่ต้องการรักษาเงินต้น
  2. ความเสี่ยงระดับปานกลาง: ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในกลุ่มนี้ ได้แก่ หุ้นกู้ภาคเอกชน หุ้นสามัญพื้นฐานดี กองทุนผสม และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ นักลงทุนสามารถรับความผันผวนได้บ้างนิดหน่อยเพื่อผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น โดยผลตอบแทนอาจมีการติดลบในบางช่วงเวลา แต่หากลงทุนระยะยาวมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเป็นบวก
  3. ความเสี่ยงระดับสูง: ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในกลุ่มนี้ ได้แก่ หุ้นสามัญ สินค้าโภคภัณฑ์ ตราสารอนุพันธ์ กองทุนหุ้น กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ นักลงทุนสามารถรับความผันผวนได้ ผลตอบแทนอาจติดลบได้บางช่วง คาดหวังผลตอบแทนสูงขึ้น

            เมื่อได้สำรวจแล้วว่า คุณสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับไหน คุณสามารถนำเงินก้อน xxxx บาท มาลงทุนในตราสารเพียงประเภทเดียว หรือเลือกผสมในตราสารหลาย ๆ ประเภทได้ โดยผลิตภัณฑ์ที่ขอแนะนำในช่วงนี้สำหรับแต่ละระดับความเสี่ยงมีดังนี้ 

            1. ความเสี่ยงระดับต่ำ: กองทุนตราสารหนี้ที่มีกำหนดระยะเวลา (3-24 เดือน) กองทุนจะลงทุนใน พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือเงินฝากในสถาบันการเงินต่างประเทศซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ใน  ระดับสูง ผลตอบแทนที่ได้รับสูงกว่าเงินฝากประจำ และไม่ต้องเสียภาษี

            2. ความเสี่ยงระดับปานกลาง: กองทุนเปิดเค แพลน 3 (K-PLAN3) กองทุนผสม มีนโยบายลงทุนใน  ตราสารหนี้ ภาครัฐ และกองทุนสามารถลงทุนในหุ้นไม่เกินร้อยละ 55 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนคาดการณ์ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7% ต่อปี สำหรับการลงทุนระยะยาว

            3. ความเสี่ยงระดับสูง: กองทุนเปิดเค โกลด์ (K-GOLD) เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในกองทุน SPDR Gold    Trust ซึ่งลงทุนในทองคำแท่ง กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้าน อัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ สำหรับการลงทุนหุ้นแบบ Value Investor นั้นเป็นการลงทุนที่ดี อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 2553 ตลาด    หุ้นมีการปรับตัวขึ้นมาสูงมาก ควรมีความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลในการลงทุน

Q : ต้องการบริหารการซื้อกองทุน LTF/RMF ให้ได้ประโยชน์สูงสุดในการลดหย่อน ภาษี  และการเลือกซื้อ กองทุนที่มีความเหมาะสมที่สุด

A :  คุณต้องทราบก่อนว่า รายได้ของคุณทั้งปีจะต้องเสียภาษีที่ฐานเท่าไร เช่น 10%, 20%, 30% หรือ 37%

      เพื่อจะได้ทราบว่าคุณจะสามารถประหยัดภาษีจากการลงทุนในกองทุน หรือ กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

       สำหรับกองทุน LTF

       ในช่วงนี้ (คาดการณ์ Set Index ณ ระดับ 1,050 จุด)น่าจะลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น เนื่องจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 43% จากต้นปี (SET Index 734 จุด) ดังนั้น ขอแนะนำอยู่

       2 กองทุน (เรียงลำดับจากความเสี่ยงจากการลงทุนมาก ไป น้อย) คือ

      1. กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF)

       2. กองทุนเปิดเค สตราทีจิค ดีเฟ็นซีฟหุ้นระยะยาวปันผล (KSDLTF)

       สำหรับกองทุน RMF

       เนื่องจากเหตุผลจากการปรับตัวของราคาหุ้น ดังกล่าว ดังนั้น จึงขอแนะนำการลงทุนในหมวดของตราสารหนี้ หรือ ทองคำ (เรียงลำดับจาก ความเสี่ยงจากการลงทุนมาก ไป น้อย) คือ

        1. กองทุนเปิดเค โกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KGDRMF)

        2. กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFIRMF)

        3. กองทุนเปิดเค พันธบัตรเพื่อการเลี้ยงชีพ (KGBRMF)

        4. กองทุนเปิดเค บริหารเงินเพื่อการเลี้ยงชีพ (KMMRMF)

            คำถามหลาย ๆ คำถาม เราสามารถหาคำตอบได้ด้วยตนเอง ด้วยการอ่านจากหนังสือ  จากประสบการณ์ตรงที่เราพบมา จากการสอบถามคนรอบข้าง ซึ่งคำตอบนั้นมีทั้งถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่ถ้าเราต้องการถาม คำถามเรื่องการออมเงิน การลงทุน การวางแผนภาษี การป้องกันความเสี่ยงในชีวิต การวางแผนการศึกษาบุตร ฯลฯ ทำไมเราไม่ลองส่ง E-mail สอบถามผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน เพื่อปลดปล่อยพันธนาการจากคำถามที่เราหาคำตอบไม่ได้ เหมือนกับหลาย ๆ คนที่เปิดใจและส่งคำถามเข้ามาใช้บริการกับ K-Expert@kasikornbank.com แล้วคุณจะได้รับประสบการณ์ดี ๆ กับคำตอบที่คุณได้รับ

 

โดย : สมชาย  กัลยาธุวานนท์
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล  ธนาคารกสิกรไทย

 
Share
 
 
เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป
  ดูทั้งหมด 
หนึ่งล้านแรกในชีวิต ฝันของใครหลายคน
วางแผนการเงิน... ง่ายนิดเดียว
เงินฝากทวีทรัพย์
Mutual Fund
Bancassurance