ลดหย่อนภาษี > ลดหย่อนภาษีด้วยการออมและการลงทุน > ฝากเงินธนาคาร กับ ทำประกัน ต่างกันอย่างไร
ฝากเงินธนาคาร กับ ทำประกัน ต่างกันอย่างไร 
            หลายคนคงเคยได้รับการเสนอขายประกันจากนายหน้าหรือตัวแทนขายประกัน ซึ่งเชื่อได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าการทำประกันชีวิตเหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร แต่ที่จริงแล้ว ประกันชีวิตและการฝากเงินมีความแตกต่างกันในหลายๆ ด้านด้วยกัน โดยบทความนี้ได้รวบรวมจุดเด่นของการทำประกันชีวิตและการฝากเงินกับธนาคาร มาฝากผู้อ่านทุกท่าน เพื่อเป็นตัวช่วยในการพิจารณาว่า ควรทำประกันชีวิตหรือควรฝากเงินไว้กับธนาคาร สำหรับจุดเด่นของประกันชีวิตและการฝากเงิน มีดังนี้

ประกันชีวิต : คุ้มครองชีวิต พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

การได้รับเงินคืน : สำหรับการทำประกันชีวิต หากผู้ทำประกันมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญาของกรมธรรม์ ผู้ทำประกันจะได้รับเงินคืนตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ หรือหากผู้ทำประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาของสัญญาภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ถึงแม้ว่าไม่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยครบตามจำนวนงวดที่กำหนดไว้ บริษัทประกันฯ จะจ่ายเงินตามจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ให้แก่ผู้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าเบี้ยประกันภัยที่ชำระไปแล้ว ในขณะที่เงินฝากธนาคารนั้น ผู้ฝากเงิน หรือทายาท (หากผู้ฝากเงินเสียชีวิต) จะได้รับจำนวนเงินเท่าที่ฝากไว้พร้อมกับดอกเบี้ย

ยกตัวอย่างเช่น ถ้านาย ก. ฝากเงินไว้กับธนาคารปีละ 10,000 บาท เป็นเวลา 3 ปี เมื่อนาย ก. ถอนเงินคืนหรือนาย ก. เสียชีวิต นาย ก. หรือทายาทจะได้รับเงินจำนวน 30,000 บาท รวมกับดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น แต่ถ้านาย ก. ทำประกันชีวิต โดยมีจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 บาท จ่ายเบี้ยประกันภัยปีละ 10,000 บาท หากนาย ก. เสียชีวิตในปีที่ 3 ผู้รับประโยชน์ของนาย ก. จะได้รับเงินจำนวน 100,000 บาท แม้ว่านาย ก. จะจ่ายเบี้ยประกันภัยไปเพียง 30,000 บาทก็ตาม

            ความคุ้มครองชีวิต : การทำประกันชีวิตช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ผู้ทำประกันและครอบครัว โดยหากผู้ทำประกันเป็นผู้หารายได้หลักมาสู่ครอบครัว เงินที่ได้รับจากประกันจะช่วยให้ครอบครัวหรือบุคคลที่อยู่ข้างหลังใช้ดำรงชีวิตต่อไปได้ นอกจากนี้ ผู้ทำประกันชีวิตสามารถซื้อสัญญาเพิ่มเติมเพื่อขยายความคุ้มครอง หรือเพิ่มผลประโยชน์นอกเหนือจากความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่ผู้เอาประกันภัยได้รับจากสัญญาประกันชีวิต เช่น ประกันสุขภาพ ประกันทุพพลภาพ ประกันโรคร้ายแรง ประกันอุบัติเหตุ เป็นต้น

            สำหรับเงินฝากธนาคาร โดยทั่วไปจะไม่มีความคุ้มครองชีวิต ยกเว้นเงินฝากบางประเภทที่ผู้ฝากเงินจะได้รับความคุ้มครองชีวิต หรืออุบัติเหตุ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินนั้นๆ เช่น กำหนดยอดเงินฝากคงเหลือขั้นต่ำในบัญชี

สิทธิประโยชน์ทางภาษี : กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และมีเงินคืนระหว่างสัญญาไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตในแต่ละปี (เงินคืนดังกล่าวจะไม่รวมเงินปันผลที่ได้รับจากกรมธรรม์) ผู้ทำประกันสามารถนำเงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตในแต่ละปีไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท รวมทั้ง เงินคืนหรือเงินปันผลที่ได้รับระหว่างสัญญา และเงินผลประโยชน์ที่ได้รับเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์ ก็ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี

สำหรับเงินฝากธนาคาร ผู้ฝากเงินไม่สามารถนำเงินฝากดังกล่าวมาหักลดหย่อนภาษีได้ รวมทั้งดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ทั้งเงินฝากประจำ และเงินฝากออมทรัพย์ (หากจำนวนเงินดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สูงกว่า 20,000 บาทต่อปี)

เงินฝากธนาคาร : สภาพคล่องสูง ฝากถอนได้ทุกวัน

              สภาพคล่อง : ผู้ฝากเงินสามารถฝากเงิน ถอนเงินหรือปิดบัญชีเมื่อใดก็ได้ โดยได้รับเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย ในขณะที่การทำประกันชีวิต ผู้ทำประกันจะต้องชำระเบี้ยประกันภัยตามงวดการชำระเบี้ยประกันภัยที่กำหนดไว้ ไม่เช่นนั้นกรมธรรม์ที่ทำไว้จะสิ้นผลบังคับ และหากต้องการยกเลิกสัญญาประกันชีวิต จะไม่ได้รับเงินที่ได้ชำระเบี้ยประกันภัยคืนเต็มจำนวน โดยทั่วไป กรมธรรม์ประกันชีวิตจะเริ่มมีมูลค่าเวนคืนหรือมูลค่าเงินสดเมื่อกรมธรรม์มีอายุครบ 2 ปีขึ้นไป ดังนั้น หากต้องการใช้เงินหรือต้องการยกเลิกสัญญากรมธรรม์ในปีแรก อาจไม่ได้รับเงินคืนเลย หรือหากยกเลิกกรมธรรม์เมื่อกรมธรรม์เริ่มมีมูลค่าเงินสดคืนให้ จำนวนเงินที่ได้รับคืนอาจน้อยกว่าเบี้ยประกันภัยที่ได้ชำระไปแล้ว ทั้งนี้ ในปีต่อๆ ไปเงินจำนวนนี้จะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกรมธรรม์ครบกำหนดก็จะได้รับคืนเท่ากับจำนวนเงินเอาประกันภัย

   ผลตอบแทน : ผลตอบแทนของเงินฝากจะอยู่ในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งผู้ฝากเงินจะทราบอัตราผลตอบแทนที่ได้รับค่อนข้างแน่นอน เมื่อเงินฝากครบกำหนดระยะเวลา หรือทำการปิดบัญชี ผู้ฝากเงินจะได้รับเงินคืนเท่ากับเงินต้นที่ฝากไว้พร้อมกับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด

            ด้วยจุดเด่นที่แตกต่างกันของการทำประกันและการฝากเงิน ดังนั้น การเลือกว่าควรทำประกันหรือฝากเงินธนาคาร จะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการออมเงินของแต่ละบุคคล หากต้องการความคุ้มครองชีวิต และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ควรเลือกทำประกันชีวิต แต่หากต้องการสภาพคล่อง ก็ควรเลือกฝากเงินกับธนาคาร ทั้งนี้ แนะนำว่า เพื่อสร้างความคุ้มครองให้กับชีวิตของตนเอง และเพื่อป้องกันการขาดสภาพคล่องเมื่อต้องการใช้เงินฉุกเฉิน ควรมีการเก็บเงินสภาพคล่องประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน ไว้ในสินทรัพย์สภาพคล่องสูง ที่สามารถถอนเงินใช้ได้ทันทีที่ต้องการ เช่น เงินฝากออมทรัพย์ กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นหรือกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น แล้วจึงพิจารณาจัดสรรเงินไปซื้อประกันชีวิตเพื่อสร้างความคุ้มครองให้กับตนเองและเป็นหลักประกันให้กับครอบครัว

 

วันที่ 10 กันยายน 2555
โดย :
 นิชฌานี ฉันทศาสตร์, AFPT
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล  ธนาคารกสิกรไทย

 
Share
 
 
เรื่องก่อนหน้า เรื่องถัดไป
  ดูทั้งหมด 
หนึ่งล้านแรกในชีวิต ฝันของใครหลายคน
วางแผนการเงิน... ง่ายนิดเดียว
เงินฝากทวีทรัพย์
Mutual Fund
Bancassurance