แบ่งออม 5 บัญชี เพื่อชีวิตดี๊ดีของครอบครัว 

จัดสรรเงินออมสำหรับครอบครัวไว้ 5 บัญชี
ทั้งการใช้จ่ายส่วนตัว ใช้จ่ายของครอบครัว สำรองฉุกเฉิน
ลงทุนเพื่อวัยเกษียณ และลงทุนสำหรับเป้าหมายต่างๆ เพื่อชีวิตที่ดี มีความสุข"

– K-Expert -

 


      เมื่อเริ่มต้นชีวิตคู่กับใครสักคน นอกจากความรัก ความเข้าใจ และความซื่อสัตย์ที่มีต่อกันแล้ว การจัดสรรเงินออมในครอบครัวก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันเลยค่ะ เพราะถ้าเราบริหารจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ได้ไม่ดี ก็อาจจะมีปัญหาตามมาจนกลายเป็นเรื่องให้ต้องถกเถียง มีปากเสียงกัน หรืออาจรุนแรงถึงขั้นทำให้ชีวิตคู่พังก็เป็นได้ค่ะ ถ้าเราไม่อยากให้ชีวิตคู่ต้องเป็นแบบนั้นก็ควรมานั่งคุยกันให้เคลียร์และจัดการเงินออมที่มีออกเป็น 5 บัญชี เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นนั่นเองค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องมีถึง 5 บัญชี ดูมากไปไหม และบัญชีทั้ง 5 ที่ว่านี้มีอะไรบ้าง K-Expert ได้รวบรวมมาฝากแล้วค่ะ

 

      บัญชีใช้จ่ายส่วนตัว เป็นบัญชีที่ทั้งสามีและภรรยาเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัว จะไม่ใช้ปะปนกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่ะ ซึ่งเงินในส่วนนี้ยังแบ่งได้เป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ เงินที่เอาไว้ใช้จ่ายประจำเดือนกับเงินลงทุนส่วนตัว สำหรับเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายประจำเดือน แนะนำให้เก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์เพื่อความคล่องตัวในการเอามาใช้ ส่วนเงินลงทุนส่วนตัวก็ให้นำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่เราสนใจ เช่น พันธบัตร กองทุน หุ้น หรือทองคำ เพื่อให้เงินเก็บของเรานั้นงอกเงย งอกงาม ได้ผลตอบแทนมากขึ้นนั่นเองค่ะ

 

      บัญชีใช้จ่ายของครอบครัว เป็นบัญชีที่สามีภรรยาร่วมกันลงขันเอาไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนใครจะออกมาก ออกน้อยก็ไม่เป็นไร ขอให้ช่วยกันทุกเดือนค่ะ เช่น สามีลงขันมากหน่อย สัก 50% ของรายได้ ส่วนภรรยาอาจลงขันน้อยหน่อย สัก 30% ของรายได้ก็พอค่ะ เงินในส่วนนี้ควรจะเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับบัตร ATM หรือบัตรเดบิตเพื่อให้กดเงินมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ และถ้ามีเงินเหลือจากการใช้จ่ายรายเดือนเยอะหน่อยก็ค่อยโยกเงินที่เหลือนี้ไปไว้ในบัญชีลงทุนเพื่อวัยเกษียณต่อไปค่ะ

 

      บัญชีสำรองฉุกเฉิน บัญชีนี้ค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียวเพราะเอาไว้รองรับกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นกับครอบครัวค่ะ แนะนำเลยว่าควรมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้อย่างน้อย 6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือนของครอบครัว และควรเก็บไว้ในบัญชีออมทรัพย์ที่ผูกกับบัตร ATM หรือบัตรเดบิต 1 ส่วน อีก 5 ส่วนที่เหลือให้เก็บไว้ในกองทุนรวมตลาดเงิน เพราะว่า 2 แหล่งนี้มีสภาพคล่องสูง และเพื่อให้รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น คนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวเองควรจะทำประกันชีวิตซึ่งมีทุนประกันชีวิตอย่างน้อย 3 เท่าของรายได้ต่อปีไว้ เพื่อให้ครอบครัวมีเงินทุนสำรองเพียงพอหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวนั่นเองค่ะ

 

      บัญชีลงทุนเพื่อวัยเกษียณ เป็นบัญชีที่สามีภรรยานำเงินมาลงทุนระยะยาวเพื่อเอาไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณ ซึ่งเงินในส่วนนี้ควรจะแบ่งลงทุนในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท เช่น ตราสารหนี้ ประกันชีวิต ประกันบำนาญ หุ้นกู้ หุ้นสามัญ ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ แต่จะลงทุนเป็นสัดส่วนมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ค่ะ และอย่าลืมลงทุนในกองทุนที่ช่วยเราประหยัดภาษีได้ อย่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ของทั้งสามีและภรรยาด้วยนะคะ

 

      บัญชีออมเงินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เป็นบัญชีที่ควรออมเงินไว้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ซึ่งจะมีเวลาในการลงทุนจนถึงวันที่ต้องการใช้เงิน และความสำคัญของเป้าหมายแตกต่างกันไป จึงต้องจัดสรรเงินลงทุนในกองทุนรวมแต่ละชนิดไม่เท่ากันค่ะ เช่น มีลูกเล็กยังไม่เข้าเรียนและวางแผนให้ลูกเข้าเรียนในชั้นประถมศึกษา ถือเป็นเป้าหมายสำคัญและมีเวลาลงทุนสั้นก็ควรเน้นลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตลาดเงินที่มีความมั่นคงมากหน่อยเพื่อรักษาเงินต้นไม่ให้ขาดทุนค่ะ แต่ถ้าวางแผนส่งลูกเรียนปริญญาตรีเมืองนอก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญเช่นกัน แต่มีเวลาลงทุนนานหลายปีก็ควรเน้นลงทุนในกองทุนรวมหุ้นเพราะในระยะยาวผลตอบแทนจะชนะตราสารหนี้ได้ แม้ว่าในระยะสั้นๆ จะมีความผันผวนสูงมากก็ตามค่ะ

     หวังว่าบัญชีทั้ง 5 ประเภทนี้คงไม่ยากเกินไป และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรเงินออมของครอบครัว และวางแผนลงทุนเพื่อเป้าหมายที่แตกต่างกันได้นะคะ เพราะเรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร ยังไงก็ต้องรอบคอบไว้ก่อนจริงไหมคะ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจ มั่นคง และมั่งคั่งในครอบครัวของเรานั่นเองค่ะ

 

K-Expert Action

  • สำรองเงินเผื่อฉุกเฉินไว้ 6 เท่าของรายจ่ายรายเดือนของครอบครัว เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
  • ลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ เพื่อเป้าหมายระยะสั้นที่มีความสำคัญ
  • ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสำหรับเป้าหมายระยะยาว