รู้จักกับความเสี่ยงก่อนเริ่มลงทุน 

“การกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่หลากหลายและลงทุนระยะยาว ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนได้” – K-Expert Advice

 

 

       การลงทุนย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอ ไม่ว่าเราจะลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินประเภทใดก็ตาม ดังนั้น ก่อนที่จะเริ่มลงทุน เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ และวิธีลดความเสี่ยงเหล่านั้นกันเสียก่อน
ความเสี่ยงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk) และความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk) โดยความเสี่ยงที่เป็นระบบ (Systematic Risk) เป็นความเสี่ยงที่มีผลกระทบกับตลาดทั้งระบบ ทุกธุรกิจต่างได้รับผลกระทบ สาเหตุของความเสี่ยงเกิดจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น วิกฤตเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ สงคราม การก่อการร้าย ความเสี่ยงเหล่านี้ส่วนมากจะไม่สามารถป้องกันได้ ทางที่ดีที่สุดคือ ต้องมีการวางแผนฉุกเฉินเตรียมรับสถานการณ์ เพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

   

      ความเสี่ยงอีกประเภทหนึ่ง คือ ความเสี่ยงที่ไม่เป็นระบบ (Unsystematic Risk) ประกอบไปด้วย ความเสี่ยงที่เกิดจากการดำเนินงาน ซึ่งเป็นความเสี่ยงเฉพาะของบริษัทหรืออุตสาหกรรม โดยสามารถเกิดขึ้นจากทีมผู้บริหารที่ขาดคุณภาพ การบริหารงานที่ผิดพลาด และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด และความเสี่ยงทางการเงิน เป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความน่าเชื่อถือทางการเงิน ซึ่งสามารถเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเงินทุนของกิจการ การใช้เงินกู้ผิดวัตถุประสงค์ เป็นต้น โดยเราจะสามารถลดความเสี่ยงประเภทนี้ให้น้อยลงได้ด้วยการกระจายการลงทุนไปในหลายๆ ธุรกิจหรือหลายๆ อุตสาหกรรม

 

วิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงลงได้ สามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้

      1. การกระจายการลงทุน
ซึ่งจะช่วยป้องกันความผันผวนหรือข้อผิดพลาดจากการลงทุนที่เจาะจงไปในสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียว โดยกระจายความเสี่ยงได้ด้วยการแบ่งเงินลงทุนไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท เช่น หุ้น ตราสารหนี้ และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยความผันผวนจากการลงทุนจะลดลง กล่าวคือ ราคาสินทรัพย์แต่ละประเภทจะไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงพร้อมๆ กัน 

      2. การลงทุนระยะยาวของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง
เช่น หุ้น ทองคำ น้ำมัน ซึ่งราคาค่อนข้างอ่อนไหวตามข่าวสารต่างๆ ทำให้ตลาดเกิดความผันผวนเสมอ และความเสี่ยงมักมาพร้อมกับความผันผวน นักลงทุนระยะสั้นจึงมักเผชิญกับความเสี่ยงดังกล่าวมากกว่านักลงทุนระยะยาว หากต้องการลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ดังกล่าว ขอแนะนำให้ลงทุนในระยะยาว

      3. การลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging)
คือการทยอยลงทุนตามระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน ทุกไตรมาส ด้วยเงินลงทุนที่เท่าๆ กันในแต่ละงวด เป็นการถัวเฉลี่ยต้นทุนในการลงทุน และเพิ่มเสถียรภาพของผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนในระยะยาว ที่สำคัญวิธีนี้ยังเป็นการช่วยลดความกังวลใจเกี่ยวกับการหาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม และช่วยลดความเสี่ยงของการเข้าลงทุนผิดจังหวะด้วยการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งเดียวได้อีกด้วย

      ถึงแม้ว่าการลงทุนจะมาพร้อมกับความเสี่ยง แต่หากเรารู้วิธีจัดการกับความเสี่ยง เราจะสามารถเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้

 

 

 

   K-Expert Action
 ศึกษาและเข้าใจในสินทรัพย์ที่สนใจให้ดี ก่อนการลงทุน