ทำอย่างไรให้มีเงินล้าน 

“เคล็ดลับที่จะทำให้เป็นเศรษฐีเงินล้านคือ รู้จักออมเงิน ลงทุน และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม” – K-Expert Advice

 

      หลายๆ คนคงเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “อยากมีเงินล้านบาทจะต้องทำยังไงดี” คำตอบที่ได้ก็คงแตกต่างกันไปตามความสามารถของแต่ละคน บางท่านคาดหวังเงินก้อนโตจากการลงทุน บางท่านได้เงินจากการทำธุรกิจ  แต่หนทางที่คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนคาดหวังคือ การทุ่มเทแรงใจแรงกายในการทำงาน ขยันหารายได้ และเก็บหอมรอมริบไปเรื่อยๆ ซึ่งหนทางนี้ ก็เป็นหนทางที่จะนำไปสู่ “เศรษฐีเงินล้าน” ได้เช่นกัน ส่วนจะไปถึงช้าเร็วอย่างไรนั้น  K-Expert มีเคล็ด (ไม่) ลับที่ช่วยให้เงินงอกเงยเป็นล้านมาบอก


      เคล็ดลับ 3 ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อก้าวสู่การเป็น “เศรษฐีเงินล้าน” ประกอบด้วย “รู้จักออมเงิน รู้จักลงทุน และ รู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม” เรามาเริ่มต้นกันที่ขั้นตอนแรกกันก่อนเลยค่ะ

 

   

      ประการแรก รู้จักออมเงิน
      ข้อนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ สำหรับคนที่มีเป้าหมายออมเงินให้ได้ล้าน ก่อนอื่นแนะนำให้ตั้งเป้าหมายง่ายๆ ก่อน เช่น ออมเงินให้ได้ 10% ของรายได้แต่ละเดือน สมมติว่า ได้รับเงินเดือนๆ ละ 25,000 บาท ก็ควรทำการออมอย่างน้อยเดือนละ 2,500 บาท ถ้ากลัวว่าจะทำไม่ได้ก็ให้ใช้วิธี ออมก่อนใช้ทีหลัง คือพอได้รายได้มาเท่าไหร่ก็เก็บไว้ก่อน ส่วนที่เหลือจากการออมค่อยเอาไปใช้จ่าย ใช้แล้วเหลือก็เก็บอีก ถ้าทำได้ถึงเป้าแบบเริ่มอยู่ตัวแล้ว ก็ให้ลองตั้งเป้าหมายที่ท้าทายขึ้นไปอีก เช่น 15% หรือ 20% ของรายได้แต่ละเดือน การเก็บออมไม่ได้หมายความว่า ต้องกระเบียดกระเษียร แต่เป็นการใช้จ่ายอย่างมีสติ ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และลดค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยลง แนะนำว่า การจดบันทึกรับจ่ายรายวัน จะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่ไม่จำเป็น และสามารถที่จะตัดทอนลงได้อีก

      ประการที่สอง รู้จักลงทุน
      หลังจากออมเงินได้แล้ว ก็ต้องมองหาช่องทางลงทุนให้เงินทำงานด้วย เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่งอกเงย ทั้งนี้ ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนแนะนำให้กันเงินสำรองฉุกเฉินก่อน โดยอาจอยู่ในบัญชีออมทรัพย์หรือกองทุนรวม
ตราสารหนี้ระยะสั้นจำนวน 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน  ประโยชน์ของเงินสำรองฉุกเฉินคือ หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน อุบัติเหตุ ก็ยังมีเงินก้อนหนึ่งที่มีสภาพคล่องไว้ใช้จ่าย หลังจากกันเงินส่วนนี้ไว้แล้ว ส่วนที่เหลือค่อยนำไปลงทุน อย่างไรก็ดี ช่องทางการลงทุนมีหลากหลายรูปแบบ และมีระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่เสี่ยงต่ำจนถึงเสี่ยงสูง แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า เรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน แนะนำให้ลองทำ แบบประเมินความเสี่ยง ก่อนเพื่อให้ทราบว่า การลงทุนในระดับความเสี่ยงไหนที่เหมาะกับท่าน  ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ และธนาคารพาณิชย์จะมีแบบประเมินความเสี่ยงดังกล่าวไว้ให้ผู้ลงทุนกรอกก่อนการตัดสินใจลงทุน

      ประการที่สาม รู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
      เมื่อรู้ว่ารับความเสี่ยงได้แค่ไหนแล้ว ลำดับถัดมาคือนำเงินไปลงทุน  หากเป็นผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำลงทุนในเงินฝาก พันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้สูง แนะนำลงทุนในหุ้น ทองคำ หรือกองทุนรวมหุ้น กองทุนรวมทองคำ เป็นต้น ส่วนถ้ารับความเสี่ยงได้ปานกลางแนะนำให้ลงทุนผสมในหลักทรัพย์หรือตราสารความเสี่ยงต่ำกับความเสี่ยงสูง

 

      แล้วออมเท่าไหร่…ถึงจะได้ล้าน ??
      จะออมให้ได้เงินล้านอย่างไร ปัจจัยสำคัญอยู่ที่จำนวนเงิน กับผลตอบแทนที่ลงทุนได้ ตารางนี้ช่วยคำนวณว่าเราจะออมเงินเป็นหนึ่งล้านบาทได้อย่างไร เช่น ถ้าเรามีความสามารถในการออมต่อเดือนอยู่ที่ 8,000 บาท เลือกลงทุนให้ได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอที่ระดับ 7% ต่อปี จะใช้เวลาออมเงินประมาณ 8 ปี เพื่อให้ได้เงินหนึ่งล้านบาท แต่ถ้าเราเพิ่มการออมได้เป็นเดือนละ 14,000 บาท และลงทุนได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระดับเดียวกัน ก็จะสามารถออมเงินให้เป็นเงินล้านได้ภายในเวลา 5 ปี เป็นต้น
 เศรษฐีเงินล้านเป็นได้ไม่ยากเพียง “รู้จักออมเงิน รู้จักลงทุน และรู้จักเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม” แต่สิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ คือ ต้องมีวินัยในการลงทุน และต้องติดตามข้อมูลการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนอาจไม่เป็นไปตามคาดหวังหรือให้กำไรกับเราเสมอไป

จำนวน

 อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง (ต่อปี)

ที่ออม

3%

5%

7%

10%

3

26,600

26,000

25,100

24,000

5

15,500

14,800

14,000

13,000

8

9,300

8,500

8,000

6,900

10

7,200

6,500

5,800

4,900

15

4,500

3,800

3,200

2,500

 

 

 

   K-Expert Action
 ออมก่อนใช้ 20% ของรายได้ เป็นหนทางไปสู่ความมั่งคั่งในอนาคต
 เลือกผลิตภัณฑ์ลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้