ประกันชีวิต... ทางเลือกเพื่อลดหย่อนภาษี 

“ประกันชีวิตที่สามารถนำค่าเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้ ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป โดยค่าเบี้ยของสัญญาเพิ่มเติมไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้” – K-Expert Advice

 

 

   

      เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี หลายคนคงเริ่มมองหาตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี โดยตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือ ประกันชีวิต ซึ่งนอกจากจะให้ความคุ้มครองชีวิตแล้ว เบี้ยประกันที่จ่ายในแต่ละปียังสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยประกันชีวิตที่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ มีเงื่อนไขอย่างไรนั้น บทความนี้มีคำตอบมาฝากผู้อ่านทุกท่านค่ะ

 

      การทำประกันชีวิตถือเป็นการวางแผนการเงินที่มีความสำคัญ เพราะไม่เพียงแต่เป็นการวางแผนป้องกันความเสี่ยง โดยซื้อความคุ้มครองชีวิตให้ตนเอง และสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวหรือคนที่คุณรักแล้ว ยังเป็นการวางแผนภาษีด้วย เนื่องจากผู้ทำประกันสามารถนำเงินที่จ่ายเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิตในแต่ละปีไปหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีได้ตามที่จ่ายจริง โดยไม่เกิน 100,000 บาทอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประกันชีวิตมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแบบประกันชีวิตที่สามารถหักลดหย่อนภาษีได้นั้น มีเงื่อนไขดังนี้

 

   

1. ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และการประกันชีวิตนั้นได้เอาประกันไว้กับผู้รับประกันภัยที่ประกอบกิจการประกันชีวิตในราชอาณาจักรไทย

 

2. ต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีเงิน หรือผลประโยชน์ตอบแทนคืนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสม (ไม่รวมเงินปันผลตามกรมธรรม์ หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดการชำระเบี้ยประกันชีวิต หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์)

 

3. เบี้ยประกันชีวิตที่นำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ ต้องเป็นเบี้ยประกันชีวิตของกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักเท่านั้น

 

4. เบี้ยประกันชีวิตสำหรับสัญญาเพิ่มเติม เช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันสุขภาพ เป็นต้น ไม่สามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้

 

ประกันชีวิตนับเป็นตัวช่วยสำคัญในการป้องกันความเสี่ยง แต่ใช่ว่าประกันชีวิตทุกแบบจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ดังนั้น ก่อนซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำประกันชีวิตนะคะ

 

   K-Expert Action
 ก่อนซื้อประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษี อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขว่าให้ครบถ้วนว่า สามารถนำค่าเบี้ยมาลดหย่อนภาษีได้หรือไม่