ผู้สูงอายุกับเงินได้ที่ได้รับการยกเว้น 

“การเลือกใช้สิทธิยกเว้นเงินได้ 190,000 บาท อย่างคุ้มค่าของผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีบริบูรณ์ แนะนำให้เลือกหักจากเงินได้ที่ถูกจำกัดเพดานการหักค่าใช้จ่าย เพื่อประหยัดภาระภาษีมากขึ้น” – K-Expert Advice

 

      หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ 190,000 บาท แต่ไม่รู้ว่าจะลดหย่อน หรือหักเป็นค่าใช้จ่ายตรงไหน ซึ่งมีหลายคนที่เข้าใจว่าเงินที่ได้รับการยกเว้นนั้นคือ  ยกเว้นเมื่อนำเงินได้สุทธิไปเข้าฐานคำนวณภาษี ซึ่งโดยปกติฐานภาษีปัจจุบันผู้มีเงินได้ 0 – 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี หากเป็นผู้สูงอายุจะใช้ฐานภาษี 0 – 190,000 บาท เพื่อได้รับยกเว้นภาษี จึงทำให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ผู้สูงอายุได้รับสิทธิยกเว้นเพิ่มเติมจากบุคคลในวัยทำงานเพียงแค่ 40,000 บาทเท่านั้นหรือ

 
      เพื่อคลายความสงสัย สำหรับเงินได้จำนวน 190,000 บาท ที่ได้รับการยกเว้นกรณีผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ก่อนการยื่นภาษีประจำปีในภ.ง.ด. 90 (กรณีมีเงินได้หลายประเภท หากมีประเภทเดียวคือเงินเดือนให้กรอกในภงด.91) ผู้สูงอายุต้องกรอกใบแสดงสิทธิการได้รับยกเว้นเงินได้ฯ ซึ่งเงินได้ที่นำมาคำนวณภาษีจะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) – (8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้สูงอายุสามารถเลือกใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากเงินได้หลายประเภท แต่รวมแล้วต้องไม่เกินคนละ 190,000 บาท ดังนั้น หากผู้สูงอายุท่านใดมีเงินได้จากหลายช่องทางก็สามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมของรายได้ รวมถึงการหักค่าใช้จ่ายที่เงินได้ประเภทดังกล่าวหักได้ด้วยค่ะ

 

     

 

   

      การคำนวณเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่าย
      ตัวอย่าง ผู้สูงอายุมีเงินได้ประเภทเงินเดือนซึ่งอยู่ในมาตรา 40(1) จำนวน 500,000 บาท และเงินได้จากการให้เช่าบ้าน 40(5) จำนวน 500,000 บาท ซึ่งการหักค่าใช้จ่ายเงินได้ประเภทเงินเดือนตามมาตรา 40(1) หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 40 ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ส่วนเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินสามารถเลือกได้ 2 วิธีคือ การหักค่าใช้จ่ายจริงตามความจำเป็นและสมควร (ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานการจ่ายเงิน) และการหักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 30 แต่ไม่จำกัดเพดานการหักค่าใช้จ่าย (สำหรับกรณีนี้ขอยกตัวอย่างการหักค่าใช้จ่ายเหมาร้อยละ 30) ดังนั้น หากเลือกใช้สิทธิ 190,000 บาท อย่างคุ้มค่า แนะนำให้เลือกหักจากเงินได้ที่ถูกจำกัดเพดานการหักค่าใช้จ่ายค่ะ ในกรณีนี้คือเงินเดือน จากนั้นเมื่อได้เงินได้พึงประเมินแล้ว จึงหักค่าลดหย่อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าลดหย่อนส่วนตัว หรือค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี (RMF/LTF) ประกันชีวิต เงินบริจาค ฯลฯ คงเหลือเงินได้สุทธิเท่าไรจึงคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าปกติค่ะ


      กรณี เลือกใช้สิทธิ 190,000 บาท ทั้งจำนวนกับเงินได้ประเภทเงินเดือน 
      เงินเดือน 500,000 – 190,000 = 310,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายอีกร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท จะคงเหลือเงินได้เท่ากับ 310,000 – 60,000 = 250,000 บาท
ค่าเช่าบ้าน 500,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาร้อยละ 30 จะคงเหลือเงินได้เท่ากับ 500,000 – 150,000 = 350,000 บาท
รวมเงินได้เท่ากับ 250,000 + 350,000 = 600,000 บาท

      กรณี เลือกใช้สิทธิ 190,000 บาท ทั้งจำนวนกับเงินได้จากการให้เช่าบ้าน
      เงินเดือน 500,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท จะคงเหลือเงินได้เท่ากับ 500,000 – 60,000 = 440,000 บาท
ค่าเช่าบ้าน 500,000 – 190,000 = 310,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาอีกร้อยละ 30 จะคงเหลือเงินได้เท่ากับ 310,000 – 93,000 (310,000 x 30%) = 217,000 บาท
รวมเงินได้เท่ากับ 440,000 + 217,000 = 657,000 บาท


      กรณี เลือกใช้สิทธิ 190,000 บาทกับเงินได้ประเภทเงินเดือน และเงินได้จากการให้เช่าบ้านอย่างละครึ่ง
      เงินเดือน 500,000 – 95,000 = 405,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายอีกร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท จะคงเหลือเงินได้เท่ากับ 405,000 – 60,000 = 345,000 บาท
ค่าเช่าบ้าน 500,000 – 95,000 = 405,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาอีกร้อยละ 30 จะคงเหลือเงินได้เท่ากับ 405,000 – 121,500 (405,000 x 30%) = 283,500 บาท
รวมเงินได้เท่ากับ 345,000 + 283,500 = 628,500 บาท

 
      จะเห็นว่าการเลือกใช้สิทธิยกเว้นเงินได้ฯ กับเงินได้ที่หักค่าใช้จ่ายได้น้อยจะช่วยให้สามารถประหยัดภาษีได้มากขึ้น ดังนั้นหากผู้สูงอายุท่านใดที่มีเงินได้หลากหลายประเภท ควรลองคำนวณก่อนว่าจะใช้สิทธิยกเว้นเงินได้ฯ กับเงินได้ประเภทใด ก่อนยื่นแบบรายการเสียภาษีเงินได้นะคะ

 

 

 

   K-Expert Action
 เลือกใช้สิทธิยกเว้นเงินได้ 190,000 บาท กับเงินได้ที่จำกัดการหักลดหย่อน จะช่วยให้ประหยัดภาษีได้มากกว่า
 ในแต่ละปีสามารถเลือกใช้สิทธิยกเว้นเงินได้ในเงินได้ประเภทใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิกับเงินได้ประเภทเดิมและสัดส่วนเท่าเดิมทุกปี