5 เรื่องควรรู้ก่อนลงทุน LTF 

ลงทุนในกองทุนรวม LTF เฉพาะปีที่ต้องการลดหย่อนภาษีเท่านั้น"

- K-Expert -

 

      โค้งสุดท้ายของปี 2559 แล้ว สำหรับท่านที่ต้องการลดหย่อนภาษีก็คงต้องรีบกันหน่อยเพราะเหลืออีกเพียง ไม่กี่วันก็จะหมดปีนี้ หากใครที่ต้องการลดหย่อนภาษี แต่ไม่รู้จะลงทุนอย่างไร ขอแนะนำกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (กองทุน LTF) ซึ่งเป็นกองทุนยอดฮิต สาเหตุที่ “ฮิต” ก็เพราะมีระยะเวลาการถือครองเพียง 7 ปีปฎิทิน ยิ่งถ้าลงทุนช่วงสุดท้ายของปีด้วยแล้ว ระยะเวลาลงทุนก็ยิ่งสั้นคงเหลือเพียง 5 ปีกว่าเท่านั้น

 

      กองทุน LTF เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2547 จากการที่ภาครัฐสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบันที่จะลงทุนระยะยาวในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ผู้ลงทุนในกองทุน  LTF จะได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี  โดยเงินลงทุนในกองทุน LTF สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ แต่จะลดหย่อนได้มากน้อยแค่ไหน ลองไปดูเรื่องควรรู้ก่อนลงทุนในกองทุน LTF ว่ามีอะไรบ้าง

 

       1. เงื่อนไขลงทุน เมื่อซื้อกองทุนรวม LTF แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้เฉพาะในปีที่ลงทุน สำหรับเงื่อนไขการลงทุน ไม่จำกัดเงินลงทุนขั้นต่ำ แต่สามารถลงทุนได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ที่งปีที่ต้องเสียภาษี และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท โดยไม่ต้องรวมคำนวณวงเงินลงทุนกับกองทุน RMF และกองทุนอื่นๆ ส่วนการนับ 7 ปีจะนับตั้งแต่ปีที่ซื้อไป 7 ปีปฏิทิน เช่น ลงทุนปี 2559 จะครบกำหนด 7 ปีปฏิทินคือปี 2565  ซึ่งต่างจากกองทุน RMF ที่นับแบบวันชนวัน


      2.  รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 2 ส่วน ส่วนแรกคือเงินลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน LTF สามารถนำมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามที่ลงทุนจริง ส่วนที่สองคือเมื่อลงทุนครบเงื่อนไข 7 ปีปฏิทินแล้ว หากขายหน่วยลงทุนมีกำไร กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ อย่างไรก็ตาม หากลงทุนในหน่วยลงทุน LTF เกินจำนวนเงินที่มีสิทธิลงทุนได้ เมื่อขายคืนแล้วมีกำไร กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (นับเฉพาะส่วนเงินลงทุนที่เกินสิทธิ) จะต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย เช่น มีเงินได้จำนวน 1 ล้านบาท สามารถลงทุนในกองทุน LTF ได้ 150,000 บาท แต่ลงทุนไป 200,000 บาท (เกินสิทธิจำนวน 50,000 บาท) เมื่อครบกำหนดขายคืน ได้รับเงินจำนวน 400,000 บาท มีกำไร 200,000 บาท เท่ากับว่ามีกำไรของเงินลงทุนส่วนเกินจำนวน 50,000 บาท ดังนั้น กำไรจากเงินลงทุนส่วนที่เกินสิทธิต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย


      3.  กองทุนรวม LTF มีนโยบายเดียว คือลงทุนในหุ้น ดังนั้น ผู้ลงทุนต้องรับความเสี่ยงได้ ซึ่งทางบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย พยายามบริหารความเสี่ยงและจัดพอร์ตการลงทุนให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้เหมาะสมตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้


          วัยเริ่มทำงาน เหมาะกับกองทุนรวม LTF ที่มีนโยบายลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อเน้นสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น กองทุน LTF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นแบบกระจุกตัว เช่น กองทุนเปิดเค 20 ซีเล็คท์หุ้นระยะยาวปันผล (K20SLTF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพสูงขณะใดขณะหนึ่งไม่เกิน 20 บริษัท และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล หรือลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง เช่น กองทุนเปิดเค โกรทหุ้นระยะยาวปันผล (KGLTF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงในอันดับต้นๆ และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล โดยกองทุนประเภทนี้จะให้ผลตอบแทนที่คาดหวังสูง แต่ก็มีโอกาสขาดทุนสูง


          วัยกลางคน รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูง อาจเลือกกองทุน LTF ที่ลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง เช่น กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว (KEQLTF) หรือกองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) ซึ่งทั้ง 2 กองทุนมีการลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีมีการกระจายการลงทุนในหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม แตกต่างกันตรงที่กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาว (KEQLTF) ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ในขณะที่กองทุนเปิดเค หุ้นระยะยาวปันผล (KDLTF) มีนโยบายจ่ายเงินปันผล 

 

          วัยก่อนเกษียณ เหมาะกับกองทุนรวม LTF ที่มีการจำกัดการลงทุนในหุ้นไม่เกินร้อยละ 70 ส่วนที่เหลือลงทุนในตราสารหนี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากหุ้น เช่น กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีไม่เกินร้อยละ 70 และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล

 
      4. กองทุน LTF มีทั้งนโยบายจ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผล ทั้งนี้ ข้อควรระวังก็คือ เงินปันผลที่ได้รับจะต้องเสียภาษี ดังนั้น แนะนำให้ผู้ลงทุนที่มีฐานอัตราภาษีสูงเกินร้อยละ 10 เลือกหักภาษี ณ ที่จ่าย เพื่อไม่ต้องนำเงินปันผลมารวมคำนวณเป็นเงินได้ เพราะอาจทำให้เสียภาษีมากขึ้น

 
      5. ผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ที่ถือครองอยู่ได้ เนื่องจากการลงทุนในกองทุน LTF เป็นการลงทุนระยะยาว แต่โดยที่กองทุน LTF มีนโยบายลงทุนในหุ้น ซึ่งมีความผันผวนสูง ดังนั้น ในช่วงที่ตลาดหุ้นมีการปรับตัว ผู้ลงทุนก็สามารถบริหารพอร์ตลงทุนของตนเองได้ผ่านการสับเปลี่ยนไปยังกองทุน LTF ที่มีนโยบายการลงทุนที่แตกต่าง ยกตัวอย่างเช่น  หากตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาลง ผู้ลงทุนสามารถสับเปลี่ยนกองทุนมายังกองทุน LTF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นแบบจำกัดสัดส่วนการลงทุน เช่น กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF) ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการจำกัดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไม่เกินร้อยละ 70 ของ NAV และเมื่อตลาดหุ้นเริ่มเข้าสู่ช่วงขาขึ้นก็สามารถสับเปลี่ยนกลับไปยังกองทุน LTF เดิมที่ลงทุนได้

       กองทุน LTF จึงเป็นอีกกองทุนที่น่าสนใจลงทุน เพราะนอกจากจะช่วยสร้างวินัยการออมระยะยาว สร้างโอกาสรับผลตอบแทนหุ้นขาขึ้นแล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

 

K-Expert Action

  • คำนวณรายได้ในปีภาษีว่ามีเท่าไรจะได้ลงทุนไม่เกินสิทธิ
  • ลงทุนกองทุนรวม LTF ปีภาษีใด สามารถหักลดหย่อนได้เฉพาะปีภาษีนั้น
  • ในกรณีไม่ต้องการลดหย่อนภาษี ไม่แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวม LTF เพราะต้องถือครองตามเงื่อนไขกองทุน ดังนั้น การเลือกลงทุนในกองทุนเปิดทั่วไปอาจเหมาะสมกว่า